ไปยังสารบัญ

เอสเปรันโตคืออะไร?

ภาษาเอสเปรันโต คือภาษาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการสื่อสารระดับนานาชาติ

Esperanto?

แนวคิดของภาษาเอสเปรันโตคือ : บนพื้นฐานของภาษาที่เป็นกลางจะช่วยทำลายกำแพงกั้นระหว่างผู้คนและช่วยทำให้คนทุกคนเห็นคนอื่นเป็นดั่งพี่น้องที่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน

ล. ล. ซาเมนฮอฟ, ค.ศ.1912

ลุกวิก ลาซาร์ ซาเมนฮอฟ (Ludwig Lazar Zamenhof) เป็นผู้ริเริ่มสร้างภาษาเอสเปรันโต (Esperanto) ซึ่งเขาได้สร้างพื้นฐานของไวยากรณ์จากภาษาในทวีปยุโรปและพร้อมกับข้อยกเว้นที่มีจำนวนน้อยมาก รากศัพท์ของภาษาเอสเปรันโตส่วนใหญ่มาจากภาษาในกลุ่มภาษาโรมานซ์และนอกจากนั้นก็ยังมาจากกลุ่มภาษาเจอร์แมนิกและกลุ่มอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง หนังสือเรียนเล่มแรกของภาษานี้ตีพิมพ์ออกมาในปี ค.ศ. 1887 ซึ่งนั้นก็เป็นการเริ่มต้นของการมีกลุ่มผู้ใช้ภาษาเอสเปรันโตและก็เป็นการเริ่มกระบวนการการพัฒนาภาษาโดยมนุษย์ซึ่งเหมือนกับวิธีการพัฒนาของภาษาปกติทั่วไป โดยผู้ใช้ได้นำภาษาเอสเปรันโตมาใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ในหลากหลายรูปแบบและได้นำมาใช้ในการสร้างวัฒนธรรมทางภาษาที่มีรูปแบบเฉพาะเป็นของตนเอง และเมื่อผ่านไปประมาณสัก 20 ปี ก็มีเด็ก ๆ กลุ่มแรกที่พูดภาษาเอสเปรันโตกับพ่อแม่ ซึ่งเด็ก ๆ เหล่านั้นก็เป็นผู้พูดภาษาเอสเปรันโตตั้งแต่เกิดกลุ่มแรก ๆ ของโลกเลยทีเดียวก็ว่าได้ นั้นก็อาจจะกล่าวได้ว่าแรกเริ่มเดิมทีนั้นภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาที่สร้างเพื่อการสื่อสารในระดับสากล แต่ต่อจากนั้นก็ได้กลายเป็นเหมือนภาษาจำพวกภาษาคลีโอล และตอนนี้ก็เป็นภาษาของชุมชนผู้พูดภาษาเอสเปรันโตที่ผลัดถิ่น

คำศัพท์ในภาษาเอสเปรันโตได้นำเอามาจากภาษาในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน แต่ด้วยจุดประสงค์ที่ว่าภาษานี้จะต้องเรียนได้ง่าย ดั้งนั้นไวยากรณ์ของภาษานี้จึงเป็นแบบภาษาคำติดต่อ (agglutinative language) ซึ่งเป็นรูปแบบไวยากรณ์ของกลุ่มภาษาเตอร์กิกและกลุ่มภาษาฟินโน-ยูกริก แต่ถ้าในระดับที่ลึก ๆ แล้ว ภาษาเอสเปรันโตก็อยู่ในกลุ่มภาษาคำโดด (Isolating language) เช่นเดียวกับภาษาจีนและภาษาเวียดนาม ซึ่งนั้นก็หมายความหน่วยคำของภาษาเอสเปรันโตนั้นสามารถใช้นำมาใช้เป็นคำโดดได้ ภาษาเอสเปรันโตมีกฎทางไวยากรณ์ที่ตายตัวและมีความสามารถในการสร้างคำประสมเป็นจำนวนมาก จากรากคำประสมกับหน่วยคำเติมที่มีอยู่ประมาณ 40 คำ (ตัวอย่างเช่นจากรากคำ san- (สุขภาพดี), สามารถสร้างได้เป็น malsana (ป่วย), malsanulo (คนป่วย), gemalsanuloj (คนป่วยชายหญิง), malsanulejo (โรงพยาบาล), sanigilo (ยา), saniĝinto (ผู้ที่หายป่วยแล้ว), sanigejo (สถานบำบัด), malsaneto (ป่วยเล็กน้อย), malsanego (โรคร้ายแรง), malsanegulo (ผู้ป่วยโรคร้ายแรง), sanstato (สถานะสุขภาพ), sansento (การรับรู้ของสุขภาพ), sanlimo (ขอบเขตของสุขภาพ), malsankaŭzanto (ผู้ที่ทำให้ป่วย), kontraŭmalsanterapio (การบำบัดเพื่อการป้องกันโรค)…) ในส่วนหลักของประโยคนั้น (คำนาม, กริยา, คุณศัพท์, กริยาวิเศษณ์) จะมีตัวลงท้ายแสดงอยู่เสมอ กฎของภาษานั้นทำให้เราสามารถเรียนได้ง่ายและความสามารถในการสร้างคำทำให้ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาที่เรียกได้ว่าเป็นภาษาที่ชอบการสร้างคำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งสามารถที่จะสร้างคำเพื่อแสดงออกถึงความคิดหรือสถานะในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างไรก็ได้ ตัวอย่างเช่นเราสามารถเขียนนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องชาวดางอังคารที่มีตัวเหมือนโต๊ะและเรียกพวกเขาว่า tablo (นายโต๊ะ), tablino (นางโต๊ะ), tablido (ลูกโต๊ะ)... และสามารถสร้างคำคำเดียวที่แสดงถึงคนคนหนึ่งที่กำลังก้าวเท้าเดินไปข้างหลัง inversmarŝanto (ผู้ที่กำลังเดินไปในทางตรงข้าม) หรือแม้แต่กระทั่งยาที่รักษาความหยิ่งยโส maldogmigilo (เครื่องมือลดความหยิ่งยโส) และอื่น ๆ ...

ลักษณะสำคัญของภาษาเอสเปรันโต

แนวคิดพื้นฐานของภาษาเอสเปรันโตคือ ความอดทนและความเคารพผู้คนที่มีความหลากหลาย ความแตกต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม การสื่อสารเป็นหัวใจหลักของการเข้าใจซึ่งกันและกัน และหากการสื่อสารที่เกิดขึ้นผ่านภาษาที่เป็นกลาง นั้นจะสามารถช่วยให้รู้สึกว่าเรา 'พบกัน' โดยเงื่อนไขที่เท่าเทียมกันและความเคารพซึ่งกันและกัน

สากล

เอสเปรันโตมีประโยชน์อย่างมากที่สุดสำหรับการสื่อสารกับผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติซึ่งไม่มีภาษาที่เหมือนกันสำหรับการสื่อสาร

เป็นกลาง

มันไม่ได้เป็นของชนชาติใดชนชาติหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้นมันจึงเป็นภาษาที่เป็นกลาง

เท่าเทียม

เมื่อคุณใช้ภาษาเอสเปรันโต คุณจะรู้สึกเท่าเทียมมากขึ้นในมุมมองด้านภาษา เมือเปรียบเทียบกับการใช้ภาษาอังกฤษกับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่

ง่าย

อันเนื่องมาจากโครงสร้างและการสร้างคำศัพท์ในภาษาเอสเปรันโตที่สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับภาษาอื่น ๆ

มีชีวิต

ภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาที่มีการพัฒนาและเป็นภาษาที่ยังไม่ตายเช่นเดียวกับภาษาอื่น ๆ ซึ่งสามารถใช้ในการแสดงออกทั้งความคิดและอารมณ์ในรูปแบบต่าง ๆ ของมนุยษ์

ยุติธรรม

ผู้เรียนภาษาเอสเปรันโตมีโอกาสที่จะมีความสามรถทางภาษาเอสเปรันโตในระดับสูง และหลังจากนั้นตามมุมมองทางด้านภาษา ผู้เรียนจะใช้ภาษาในระดับที่เท่ากันโดยไม่ขึ้นอยู่ภาษาพื้นหลังของผู้ใช้

ประวัติ

  • 1878

    ภาษาสากลภาษาแรกที่ซาเมนฮอฟได้ประดิษฐ์ขึ้น เขาตั้งชื่อว่า Lingwe Uniwersala ซึ่งต่างกับภาษาเอสเปรันโตปัจจุบันเป็นอย่างมาก

  • 1887

    ซาเมนฮอฟได้พิมพ์หนังสือที่มีชื่อว่า Unuan Libron โดยความช่วยเหลือจากภรรยาของซาเมนฮอฟ ซึ่งเป็นการเรื่มต้นของภาษาเอสเปรันโต

  • 1889

    นิตยาสารภาษาเอสเปรันโตฉบับแรก La Esperantisto ได้ตีพิมพ์ในเมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี และได้ก่อตั้งชมรมภาษาเอสเปรันโตแห่งแรกของโลก

  • 1905

    Universalan Kongreson (การประชุมใหญ่ภาษาเอสเปรันโตสากล) ครั้งแรก ที่เมือง Boulogne-sur-Mer ประเทศฝรั่งเศส มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 688 คน
    ตีพิมพ์หนังสือ Fundamento de Esperanto (หลักพื้นฐานแห่งภาษาเอสเปรันโต)

  • 1908

    ก่อตั้ง Universala Esperanto-Asocio (สมาคมภาษาเอสเปรันโตสากล)

  • 1954

    องค์การยูเนสโกสถาปณาความสัมพันธ์กับสมาคมภาษาเอสเปรันโตสากลและมี UNESCO resolution ครั้งที่ 1

  • 1985

    UNESCO resolution ครั้งที่ 2, องค์การยูเนสโกเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกเพิ่มวิชาภาษาเอสเปรันโตเข้าไปในหลักสูตรของโรงเรียน

  • 1987

    การประชุมภาษาเอสเปรันโตสากล ครั้งที่ 72 ณ กรุงวอร์ซอ จัดขึ้นในคราวครบรอบ 100 ภาษาเอสเปรันโต มีผู้เข้าร่วมงาน 6,000 คน

  • 2002

    เปิดตัวเว็บไซต์ lernu! เว็บไซต์เพื่อการเรียนรู้ภาษาเอสเปรันโต

  • 2008

    สารานุกรมเสรี (Wikipedia) สารานุกรมทางอินเตอร์เนตที่ใหญ่ที่สุด มีบทความในภาษาเอสเปรันโต จำนวน 100,000 บทความ

  • 2009

    สามารถวัดระดับภาษาเอสเปรันโตในระดับสากลใน 3 ระดับ (B1, B2, C1) ใน 4 ทักษะพื้นฐาน : การพูด การฟัง การอ่าน การเขียน ตามกรอบมาตรฐานการประเมินความสามารถทางภาษา จากประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages)

  • 2012

    กูเกิลแปลภาษา (Google Translate) เพิ่มภาษาเอสเปรันโตเป็นภาษาที่ 64

  • 2015

    Duolingo เปิดหลักสูตรเรียนภาษาเอสเปรันโตสำหรับผู้พูดภาษาอังกฤษ

  • 2016

    เปิดตัวเว็บไซต์รูปแบบใหม่ของ lernu!

เอสเปรันโตคือ...

  • ตอนที่ 1

    เอสเปรันโตเป็นภาษาที่เข้ากันได้กับทุกสิ่ง

  • ตอนที่ 2

    เอสเปรันโตเป็นภาษาที่มีหลายลักษณะ

  • ตอนที่ 3

    เอสเปรันโตเป็นภาษาที่ใช้ได้ในหลายรูปแบบ

  • ตอนที่ 4a

    เอสเปรันโตเป็นภาษาที่น่าเรียน

  • ตอนที่ 4b

    เอสเปรันโตเป็นภาษาที่น่าเรียน

  • ตอนที่ 5

    เอสเปรันโตเป็นภาษาที่อยู่กับกลุ่มการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย

  • ตอนที่ 6

    เอสเปรันโตเป็นภาษาแห่งอนาคต

ไวยากรณ์

ตัวอักษร

นี่คือตัวอักษรในภาษาเอสเปรันโต ซึ่งตัวอักษรแต่ละตัวจะมีเสียงเหมือนเดิมไม่ว่าจะอยู่ในคำไหนและการสะกดนั้นก็มีกฎที่ตายตัว คลิกที่ตัวอักษรเพื่อฟังการออกเสียง

  • Aa ami รัก
  • Bb bela สวย
  • Cc celo จุดประสงค์
  • Ĉĉ ĉokolado ช็อกโกแลต
  • Dd doni ให้
  • Ee egala เท่ากัน
  • Ff facila ง่าย
  • Gg granda ใหญ่
  • Ĝĝ ĝui สนุกสนาน
  • Hh horo ชั่วโมง
  • Ĥĥ ĥoro คณะนักร้องประสานเสียง
  • Ii infano เด็ก
  • Jj juna เยาว์วัย
  • Ĵĵ ĵurnalo หนังสือพิมพ์
  • Kk kafo กาแฟ
  • Ll lando ประเทศ
  • Mm maro ทะเล
  • Nn nokto กลางคืน
  • Oo oro ทองคำ
  • Pp paco ความสงบสุข
  • Rr rapida เร็ว
  • Ss salti กระโดด
  • Ŝŝ ŝipo เรือ
  • Tt tago วัน
  • Uu urbo เมือง
  • Ŭŭ aŭto รถยนต์
  • Vv vivo ชีวิต
  • Zz zebro ม้าลาย

คำนาม

คำนามในภาษาเอสเปรันโตจะลงท้ายด้วย "-o" (คำนามเป็นคำที่ใช้เรียกชื่อ คน สัตว์ พืช สิ่งของ สถานที่ สภาพ อาการ ลักษณะ ทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิต หรือสิ่งไม่มีชีวิต ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม)

  • domo บ้าน
  • libro หนังสือ

พหูพจน์

การทำให้คำที่เป็นนามเอกพจน์เปลี่ยนเป็นคำนามพหูพจน์ สามารถทำได้เพียงแค่เติม "-j" ลงไปท้ายคำ

  • domoj บ้านหลายหลัง
  • libroj หนังสือหลายเล่ม

กรรม

ในภาษาเอสเปรันโตจะแสดงกรรมตรงของประโยคโดยการเติม "-n" ดังนั้นเราสามารถการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียงประโยคได้ โดยที่ความหมายจะไม่เปลี่ยนแปลง (กรรมตรงคือสิ่งที่ถูกผลกระทบโดยตรงจากการกระทำ)

  • La hundo amas la katon สุนัขรักแมว
  • La kato amas la hundon แมวรักสุนัข

คำคุณศัพท์

คำคุณศัพท์ในภาษาเอสเปรันโตจะลงท้ายด้วย -a (คำคุณศัพท์ใช้ขยายคำนาม)

  • alta สูง
  • bela สวย

คำอุปสรรค

ดูนี่นะ! เมื่อเติม mal- ข้างหน้างคำ คำนั้นจะเปลี่ยนความหมายเป็นตรงกันข้าม

  • malalta เตี้ย
  • malbela น่าเกลียด

mal- เป็นตัวอย่างของคำอุปสรรคในภาษาเอสเปรันโต ซึ่งในภาษาเอสเปรันโตมีคำอุปสรรคอยู่ 10 คำ

คำปัจจัย

นอกจากนี้ยังมีหลายวิธีสำหรับการสร้างคำศัพท์ใหม่ด้วยการเติมตัวลงท้ายอื่น ๆ อีก เช่น -et- "ทำให้เล็กลง"

  • dometo บ้านหลังเล็ก
  • libreto สมุดเล่มเล็ก

-et- เป็นตัวอย่างคำปัจจัยในภาษาเอสเปรันโต ซึ่งในภาษาเอสเปรันโตมีคำปัจจัยอยู่ 31 คำ

คำกริยา

คำกริยาเป็นสิ่งสำคัญมากและยากมากเมื่อเทียบกับภาษาอื่น ๆ (ในเรื่องของการผัน) แต่คุณจะพบว่าในภาษาเอสเปรันโตมันง่ายมาก (คำกริยาคือคำที่บ่งบอกถึงการกระทำ)

  • ludi เล่น
  • ridi หัวเราะ

รูปแบบกริยา

กริยารูปพื้นฐาน (ไม่แสดงกาล) ลงท้ายด้วย -i, กริยารูปปัจจุบันลงท้ายด้วย -as, กริยารูปอดีตลงท้ายด้วย -is และกริยารูปอนาคตลงท้ายด้วย -os

  • mi estas ฉันเป็น (ปัจจุบันกาล)
  • mi estis ฉันเป็น (อดีตกาล)
  • mi estos ฉันจะเป็น (อนาคตกาล)
  • vi estas คุณเป็น (ปัจจุบันกาล)
  • vi estis คุณเป็น (อดีตกาล)
  • vi estos คุณจะเป็น (อนาคตกาล)
  • li estas เขาเป็น (ปัจจุบันกาล)
  • li estis เขาเป็น (อดีตกาล)
  • li estos เขาจะเป็น (อนคตกาล)
  • ŝi estas หล่อนเป็น (ปัจจุบันกาล)
  • ŝi estis หล่อนเป็น (อดีตกาล)
  • ŝi estos หล่อนจะเป็น (อนาคตกาล)
  • ĝi estas มันเป็น (ปัจจุบันกาล)
  • ĝi estis มันเป็น (อดีตกาล)
  • ĝi estos มันจะเป็น (อนาคตกาล)
  • ni estas พวกเราเป็น (ปัจจุบันกาล)
  • ni estis พวกเราเป็น (อดีตกาล)
  • ni estos พวกเราจะเป็น (อนาคตกาล)
  • ili estas พวกเขาเป็น (ปัจจุบันกาล)
  • ili estis พวกเขาเป็น (อดีตกาล)
  • ili estos พวกเขาจะเป็น (อนาคตกาล)

คำกริยาวิเศษณ์

คำกริยาวิเศษณ์จะลงท้ายด้วย -e (คำกริยาวิเศษณ์คือคำที่ขยายคำกริยา)

  • silente เงียบ
  • rapide อย่างรวดเร็ว

คุณอยากเรียนรู้เพิ่มเติมหรือไม่?

เริ่มกันเลย

กลับไปด้านบน